บทที่ 12 กระดูกไม่เปลี่ยนชื่อ

ไฟเหนือโต๊ะดาบบุญส่งยังเปิดอยู่

พิชญาหยิบกระเป๋าจากเก้าอี้ แล้วหยุดเมื่อเห็นเขากางกล่องอาหาร

“ยังไม่กลับอีกหรือคะดาบ”

“กินข้าวก่อนครับ เดี๋ยวต้องกินยา”

เธอเหลือบมองตู้เอกสาร

“ชุดสรุปเสนอผู้การอยู่กับดาบใช่ไหมคะ ญาขอเช็กเลขหนังสือหน่อย”

ดาบบุญส่งปิดฝากล่องอย่างช้า ๆ

“เลขอยู่ในทะเบียนครับ ไม่ต้องเปิดชุดแนบ”

เขาเลื่อนสมุดให้ เธอก้มจดลงบนกระดาษแผ่นเล็ก

“พรุ่งนี้จะส่งกี่โมงคะ”

“รอผู้กำกับตรวจครับ”

พิชญาพยักหน้า เดินไปถึงประตูแล้วหันกลับ

“ดาบไม่ไว้ใจญาหรือคะ”

เขามองเธอตรง ๆ

“เอกสารชุดนี้ผมเป็นคนรับผิดชอบครับ ใครมาขอ ผมก็ต้องลงไว้”

เธอไม่ได้ตอบ

เมื่อเสียงรถห่างออกไป ดาบบุญส่งจึงเปิดกล่องอาหารอีกครั้ง ข้าวเย็นหมดแล้ว

เขาโทรบอกภรรยาว่าจะกลับช้า ก่อนส่งภาพทะเบียนรายการที่พิชญาเพิ่งขอดูให้ภูเมือง พร้อมบันทึกเวลาตามจริง

เช้าวันต่อมา ภาพรังสีข้อมือขวาจากประวัติการรักษาชุดที่สองมาถึงโรงพยาบาล

หมอธวัชเรียกนวลละออกับธีรินมาดูด้วยกัน นนท์เปิดภาพตรวจของร่างผู้ตายที่ทีมเตรียมไว้ให้เทียบ

ในภาพเก่ามีแผ่นโลหะและสกรูยึดกระดูก

ส่วนข้อมือขวาของร่างบนโต๊ะไม่มีอุปกรณ์นั้น

นวลละออเลื่อนดูภาพอีกมุม

“ถ้าเคยถอดออก ต้องตรวจร่องรอยที่กระดูกกับประวัติการผ่าตัดต่อค่ะ”

ธวัชพยักหน้า

“และต้องยืนยันว่าภาพเก่านี้ผูกกับผู้ป่วยคนไหนจริง ไม่ใช่อ่านชื่อบนหัวภาพแล้วจบ”

ธีรินตรวจเอกสารกำกับ

“ให้โรงพยาบาลค้นรายการผ่าตัด ใบยินยอม และข้อมูลการมาติดตามด้วย จะได้รู้ว่าประวัติต่อเนื่องหรือถูกนำมารวมภายหลัง”

นนท์จัดภาพสองชุดให้แสดงคู่กันโดยไม่ตัดส่วนระบุต้นทางออก

นวลละออมองรอยนิ้วหัวแม่มือซ้ายที่หายไปในภาพถ่ายร่างอีกครั้ง

พวกเขายังคืนชื่อให้ผู้ตายไม่ได้ แต่กำลังแยกสิ่งที่ไม่ใช่ของเขาออกทีละอย่าง

ภูเมืองเข้าประชุมช่วงสายพร้อมลูกน้องและสมุดจ่ายเงินฉบับที่ตรวจที่มาแล้ว

“รายการสองจุดยังสรุปไม่ได้ว่ารับเงินพร้อมกันครับ” ลูกน้องรายงาน “คนจ่ายบอกบางรายการเอามาลงรวมทีหลัง เรากำลังตามใบรับเงินแยก”

“แล้วคนที่เคยมารับแทน?”

“พยานจำได้ว่าคนหนึ่งมีแผลที่มือ แต่ยังจำข้างไม่ได้ เราไม่ได้บอกเรื่องนิ้วให้ฟัง”

ภูเมืองพยักหน้า ก่อนหันมาฟังผลภาพรังสี

นวลละอออธิบายข้อแตกต่างและสิ่งที่ยังต้องตรวจ ธวัชทบทวนข้อสรุปให้ทุกคนใช้ถ้อยคำตรงกัน

เมื่อจบ ภูเมืองโทรสั่งทีมให้ขอข้อมูลเพิ่มเติมตามรายการ

นนท์มองนวลละออเลื่อนแก้วน้ำให้ภูเมืองขณะเขาคุยโทรศัพท์ เป็นการเคลื่อนไหวเล็กน้อยที่ทำโดยไม่ต้องคิด

เขาก้มปิดแฟ้มภาพของตัวเอง

เมย์ซึ่งนั่งข้างกันแตะข้อศอกเขาเบา ๆ แล้วส่งปากกาที่หล่นให้

“ของคุณค่ะ”

“ขอบคุณครับ”

เธอไม่ได้ชวนให้เขาสู้ต่อเหมือนก่อน

บางเรื่องเห็นชัดขึ้นทุกวัน จนการปลอบด้วยความหวังเริ่มใจร้ายกว่าความเงียบ

หลังประชุม ภูเมืองรอให้นวลละออเก็บเอกสาร

“วันนี้ผมอาจกลับดึก ไม่ต้องรอนะครับ”

“ฉันก็มีงานต่อค่ะ กินข้าวให้ตรงเวลาด้วย”

เขายิ้ม ก่อนสีหน้าจะจริงจังขึ้น

“ถ้ามีใครมาขอข้อมูลคดีนอกช่องทาง ช่วยเก็บคำขอไว้แล้วแจ้งผมด้วย”

“รวมถึงพิชญา?”

“รวมทุกคนครับ”

เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

“ฉันจะบันทึกตามที่เกิดขึ้น ไม่ใส่เรื่องส่วนตัวค่ะ”

“ผมรู้”

คำตอบสั้น ๆ ทำให้เธอสบายใจกว่าคำอธิบายยาวเหยียดเมื่อหลายวันก่อน

บ่ายสอง ดาบบุญส่งได้รับสายจากเจ้าหน้าที่สารบรรณอีกหน่วย

“ดาบครับ หนังสือขอภาพหลักฐานกับข้อมูลพยานฉบับนี้ส่งมาจากทางดาบหรือเปล่า ผมหาชื่อผู้ประสานงานไม่เจอ”

“ส่งสำเนาให้ผมดูก่อนครับ อย่าเพิ่งส่งข้อมูลกลับ”

ไฟล์เข้ามาไม่ถึงนาทีต่อมา

ดาบบุญส่งวางมันเทียบกับทะเบียน

เลขที่หนังสือตรงกับรายการที่พิชญาจดเมื่อคืน

แต่เรื่องเดิมเป็นการส่งสรุปความคืบหน้า ไม่ใช่คำขอภาพหลักฐานและข้อมูลติดต่อพยาน

เขาขอให้เจ้าหน้าที่เก็บข้อความนำส่งและไฟล์ที่ได้รับไว้ในสภาพเดิม แล้วโทรหาภูเมือง

“เลขหนังสือเดียวกัน เนื้อหาคนละเรื่องครับสารวัตร”

“ลงชื่อใคร”

“สำเนาที่ส่งมามีชื่อท่านผู้กำกับ แต่ต้องตรวจต้นทางก่อนครับ”

ภูเมืองเงียบไปนิดหนึ่ง

“ผมจะรายงานท่านเอง ดาบเก็บทะเบียนกับไฟล์ไว้ แล้วอย่าเพิ่งถามใครต่อหน้าคนอื่น”

ดาบบุญส่งรับคำ

เขายังไม่มีหลักฐานว่าพิชญาเป็นคนส่ง แต่ตอนนี้มีเอกสารผิดปกติให้ตรวจ มากกว่าความรู้สึกระแวง

เกือบเย็น ภูเมืองได้รับแจ้งว่าโรงพยาบาลแห่งที่ 2 พบเอกสารผ่าตัดเพิ่มเติม

ท้ายใบยินยอมมีชื่อผู้ลงนามแทนผู้ป่วยในวันที่ชายคนหนึ่งใช้ชื่อวีระชัยเข้ารักษา

เขาอ่านชื่อแล้วเปิดคำให้การเก่าเทียบ

เป็นชื่อพี่ชายผู้แจ้งพบศพ

คนที่ยืนยันว่าไม่เคยรู้เรื่องชายอีกคน

ภูเมืองส่งสำเนาให้นวลละออผ่านช่องทางงาน ก่อนโทรตาม

“หมอครับ เรามีคนที่ต้องกลับไปถามใหม่แล้ว”

ปลายสายเงียบขณะเธออ่าน

“ต้องตรวจว่าเป็นลายเซ็นเขาจริงหรือเปล่าด้วยนะคะ”

“ครับ”

ภูเมืองวางเอกสารไว้ข้างบันทึกถ้อยคำเดิม

ผมจำเขาได้ เขาเป็นน้องชายผม

หากลายเซ็นนั้นเป็นของเขาจริง คำถามต่อไปคงไม่ใช่ว่าพี่ชายจำผิดได้อย่างไร

แต่เป็นว่าเขารู้มาตั้งแต่เมื่อไร ว่าคนที่ใช้ชื่อน้องชายมีมากกว่าหนึ่งคน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป